อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันนี้มีการเทรด euro, pound และ Canadian dollar โดยใช้กลยุทธ์ Momentum ส่วนกลยุทธ์ Mean Reversion ยังไม่มีการเปิดสถานะใด ๆ
เห็นได้ชัดว่าผู้ซื้อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง euro และ pound ยังคงเผชิญแรงกดดันจากผลการประชุม Federal Reserve เมื่อวานนี้ในสหรัฐอเมริกา ข้อตกลงบันทึกความเข้าใจที่ Trump ลงนามกับอิหร่านเป็นเพียงปัจจัยบรรเทาชั่วคราวเท่านั้น
บรรดาเทรดเดอร์ที่กังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในสหรัฐฯ เลือกที่จะป้องกันความเสี่ยงด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่พวกเขามองว่าปลอดภัยกว่า เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ในสถานการณ์เช่นนี้ ทิศทางต่อไปของสินทรัพย์เสี่ยงจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของถ้อยแถลงจาก Fed และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาเป็นสำคัญ
ข้อมูลที่จะประกาศออกมาได้แก่ ตัวเลข Initial Jobless Claims รายสัปดาห์ และดัชนี Philadelphia Fed Manufacturing Index ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ Initial Jobless Claims สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันในตลาดแรงงาน ขณะที่ Philadelphia Fed Manufacturing Index สะท้อนสภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมในหนึ่งในภูมิภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศ หากตัวเลขออกมาดี จะช่วยสนับสนุนมุมมองการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ความคาดหวังต่อการเข้มงวดนโยบายการเงินของ Fed เพิ่มสูงขึ้น
ในทางกลับกัน การแข็งค่าต่อเนื่องของดอลลาร์อาจสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินอื่น ๆ ทั้งนี้ควรสังเกตว่าตลาดได้สะท้อนความคาดหวังต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งไปบางส่วนแล้ว ดังนั้น หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ปฏิกิริยาของตลาดอาจมีจำกัด
หากข้อมูลออกมาแข็งแกร่ง ผมจะใช้กลยุทธ์ Momentum เป็นหลัก แต่หากตลาดไม่แสดงปฏิกิริยาต่อข้อมูลดังกล่าว ผมจะยังคงใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป
กลยุทธ์ Momentum (Breakout) สำหรับครึ่งหลังของวัน:
สำหรับ EUR/USD:
สำหรับ GBP/USD:
สำหรับ USD/JPY:
กลยุทธ์ Mean Reversion (Reversion to Mean) สำหรับครึ่งหลังของวัน:
สำหรับ EUR/USD:
สำหรับ GBP/USD:
สำหรับคู่เงิน AUD/USD:
สำหรับคู่เงิน USD/CAD: