อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
27.02.2026 09:01 AMดัชนีหุ้นปิดปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ โดย S&P 500 ลดลง 0.54% ขณะที่ Nasdaq 100 ร่วงลง 1.18% ส่วน Dow Jones Industrial Average ทรงตัวได้ดีกว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 0.03%
ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 7.1% ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานเดือนกุมภาพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี ส่วนดัชนีชี้วัดหลักของยุโรปปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 3.6% ทำสถิติปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่แปด ยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 13 ปี ตรงกันข้ามกับดัชนีหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลดลงในช่วงเดือนเดียวกัน ตลาดหุ้นเอเชียให้ผลตอบแทนเหนือกว่าภูมิภาคอื่น เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยมองว่าบริษัทในภูมิภาคนี้เป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน
เกาหลีใต้ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำการลงทุนในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ด้าน AI สร้างผลตอบแทนโดดเด่นในเอเชีย โดยดัชนี Kospi พุ่งขึ้นราว 20% ในเดือนนี้ นอกจากนี้ยังเป็นดัชนีหลักที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลกตั้งแต่ต้นปี โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 49% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
จากข้อมูลของ Gama Asset Management SA มีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในด้านการจัดพอร์ต โดยนักลงทุนค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเอเชีย ขณะเดียวกันนักลงทุนในประเทศก็มีการหมุนเงินเข้าหุ้นท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อมองหาความมั่นคงท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สหรัฐ
ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันมากกว่า 20 ล้านล้านดอลลาร์ มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นตลาดเกิดใหม่ ค่าเงิน ตราสารหนี้ท้องถิ่น และเครดิตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนมุมมองครั้งนี้อาจเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการทำสถิติสูงสุดใหม่ในกลุ่มสินทรัพย์ดังกล่าวต่อไป
ในอีกด้านหนึ่ง ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลง 1 จุดเบสิสสู่ระดับ 3.99% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันทรงตัวหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะเดินหน้าการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ต่อในสัปดาห์หน้า ภายหลังรอบการหารือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ทองคำกำลังจะจบสถิติสายการปรับตัวขึ้นรายเดือนที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973 โดยกำไรในเดือนกุมภาพันธ์มากกว่า 6% ทำให้เป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่เจ็ด
สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ S&P 500 เป้าหมายเฉพาะหน้าของฝั่งซื้อคือการฝ่าแนวต้านที่ระดับ 6,896 ดอลลาร์ให้ได้ ซึ่งจะเป็นสัญญาณถึงโอกาสปรับตัวขึ้นรอบใหม่และเปิดทางไปสู่ระดับ 6,914 ดอลลาร์ การยืนเหนือระดับ 6,930 ดอลลาร์ได้จะช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกของฝั่งกระทิงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้านแนวรับ ฝั่งซื้อควรปกป้องบริเวณ 6,883 ดอลลาร์ การหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวอาจกดให้เครื่องมือการซื้อขายปรับตัวลงกลับไปแถว 6,871 ดอลลาร์ และอาจเปิดทางลงต่อไปถึงระดับ 6,854 ดอลลาร์
You have already liked this post today
*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม

